เนื้อเรื่องหลวงพ่อจรัญ วัดอัมพวัน

By Paezon

หลวงพ่อจรัญ ฐิตธมฺโม หรือ พระธรรมสิงหบุราจารย์ เกิดในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๗ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์) เมื่อวันที่ ๑๕ สิงหาคม ๒๔๗๑ ณ ตำบลม่วงหมู่ อ.เมือง จ.สิงห์บุรี เป็นบุตรคนที่ ๕ ในจำนวน ๑๐ คน ซึ่งเกิดจากโยมมารดาเจิม และโยมบิดาแพ จรรยารักษ์ ชีวะในวัยเด็ก หลวงพ่อจรัญได้อยู่อยู่กับคุณยาย ปูน ๘๐ ปี ณ ที่พักทรงไทยหลังใหญ่กลางสุมทุมพุ่มไม้ร่มครึ้มด้วยมะม่วง มะปราง น้อยหน่า และ ละมุด ฯลฯ แผ่ก้านไม้สาขาอย่างอิสระ ด้วยเนื้อที่ที่กว้างขวาง ด้านหลังติดกับแม่น้ำลพบุรี ใช้ปลูกผักสวนครัวนานาชนิด เรื่องราวจากปากท้องจริงของหลวงพ่อจรัญ เริ่มต้นจากเรือนหลังนี้

เวลาตีสี่ของทุกวัน ยายจะลุกขึ้นสาธยายมนต์ภาวนา เป็นเวลา ๑ ชั่วโมง ส่วนเด็กชายจรัญ จะลุกขึ้นก่อไฟหุงข้าวให้ยายใส่บาตร หลังจากนั้นยายหลานจะลงไปพรวนดิน ถางหญ้า พร้อมเก็บพืช ผัก ผลไม้ เพื่อนำไปขายในตลาด หากวันใด ที่ผัก ผลไม้ มีมาก ยายหาบไม่ไหว หลานชายจะแบ่งใส่สาแหรกอีกลูกหนึ่ง หาบไปส่งยายที่ตลาด แล้วจึงไปวิทยาคาร

ในวัยที่กำลังเล่าเรียนหนังสือ เด็กชายจรัญไม่เคยสนใจเรียนรู้หนังสือเลย มักชวนเพื่อนๆ ไปยิงนกตกปลา ถูกย้ายโรงเรียนหลายแห่ง เพราะทางโรงเรียนทนความประพฤติของเด็กชายจรัญไม่ไหว ทั้งๆ ที่ยายสั่งสอนแต่สิ่งดีๆ ให้เด็กชายจรัญ แต่เขากลับไม่เคยรับฟังอย่างใส่ใจเลย

ช่วงเยาว์วัย เด็กชายจรัญ เรียนอยู่โรงเรียนวัดพรหมสาคร ข้ามเรือจ้างเดือนละ ๒๕ สตางค์ ที่ท่าเทียบเรือของตาก้อย ก็โกงไม่ให้เงิน ๒ เดือน แล้วก็เปลี่ยนไปขึ้นท่าเรือของยายนวมก็ทุจริตอีก ท่าเรือมี ๓ ท่า เด็กชายจรัญโกงเงินหมดทั้ง ๓ ท่า

วันฉลองท่าอากาศยาน จ.สิงห์บุรี ตอนนั้นหลวงสรรพประสาทเป็นผู้ว่า เด็กชายจรัญ ได้ขอเงินยายจำนวน ๑๐๐บาท เพื่อนำไปซื้อเครื่องแบบลูกเสือใส่ไปงานสังสรรค์ท่าอากาศยาน และยายได้ให้เงินเพียง ๑๐ บาท แต่พอยายเผลอก็เดินตัวเบา ซ้ายย่างหนอ…ขวาย่างหนอ…แอบไปหยิบเงินใต้หมอนจำนวน ๕๐๐ บาท ไปซื้อเครื่องแบบลูกเสืออย่างสาแก่ใจ พอยายถามก็ไม่ยอมรับ พร้อมทั้งสาบาน ถ้าขโมยจริงของให้ฟ้าผ่า….(แต่ไม่ตาย)

จากกรรมนั้น ได้เกิดขึ้นกับหลวงพ่อจรัญ เมื่อหลวงพ่อกำลังแสดงธรรมโปรดญาติโยมอยู่ที่กุฏิหลังปัจจุบัน ตอนบ่ายสี่โมงเย็น ได้เกิดสายฟ้าสีเขียวและสีแดงวิ่งมาชนกัน แล้วผ่าลงมาที่ตัวของหลวงพ่อ ปรากฏว่าจีวรไหม้หมด แต่เป็นที่เกินจริงยิ่งนัก ที่ร่างกายของหลวงพ่อจรัญ ไม่ได้รับพิษภัยแต่อย่างใด ด้วยเหตุนี้ เป็นเพราะแรงที่สาบานกับยายไว้ตั้งแต่อดีต

แต่เวรกรรมยังไม่สิ้นสุดแค่นี้ เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๑๒ หลวงพ่อได้ไปส่ง พันตำรวจโท ชน อินทนา พร้อมคุณนายเฉลา ภรรยา ซึ่งได้ย้ายไปอยู่ อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช ด้วยความกังวลใจว่าต้องเกิดเรื่องกระวนกระวายใจครั้งนี้แน่ ระหว่างที่เดินทางด้วยรถไฟ เมื่อถึงสถานีชุมพร ไส้ติ่งของหลวงพ่อจรัญได้เกิดแตกขึ้นมา หลวงพ่อสลบไป แต่ท่านได้กำหนดจิต หายใจทางสะดือ อยู่ในท่าภาวะจิตสงบ ทุกคนคิดว่าหลวงพ่อมรณภาพแล้ว แต่หลวงพ่อได้ตั้งสติ แข็งใจจนถึงสถานีชะอวด เดินไปจนถึงบ้านพักตำรวจ มีแพทย์หญิงคนหนึ่งมาตรวจและจะพาหลวงพ่อไปโรงหมอ เพราะไม่มีเครื่องมือช่วย แต่หลวงพ่อไม่ยอม จึงตั้งจิตอธิษฐาน พ่อไก่ แม่ไก่ทั้งหลายเอ๋ย เจ้าจงมารับเมตตาจากข้าพเจ้า ที่ตอนเจ้าไม่ได้เจตนาให้เจ้าตาย เป็นเพราะไม่ได้เรียนรู้ให้ถ่องแท้ก่อน ถ้าข้าพเจ้ารอดตายจะทำการเข้าฌานไปให้ จงอย่างผูกเวรจองกรรมกับเราเลย ให้อภัยเราเถิด เมื่อสิ้นคำอธิษฐาน ก็อุจจาระ ปัสสาวะ ไหลออกมา ทั้งเลือด ทั้งหนองเหม็นคลุ้งไปหมด หมอให้น้ำเกลือและฉีดยาให้ คืนนั้นหลวงพ่อได้ทำกรรมฐาน พวกไก่ได้มาเต็มไปหมดและบอกหลวงพ่อว่า นี่เป็นท่านนะ ถ้าไม่ใช่ท่าน จะเอาให้ตาย หลังจากนั้น หลวงพ่อก็หายวันหายคืนจนเป็นปกติ เรื่องราวของ กฏแห่งกรรม ของหลวงพ่อจรัญ ยังมีอีกอื้อนัก



categoriaReligion commentoNo Comments dataSeptember 14th, 2011

About... Paezon

This author published 43 posts in this site.

Share

FacebookTwitterEmailWindows LiveTechnoratiDeliciousDiggStumbleponMyspaceLikedin

Comments are closed.